ได้ฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ดีๆ ของคนบางคน ทำให้อดไม่ได้ที่จะเก็บมาแบ่งปัน เพื่อนผมมันเล่าให้ฟังว่า ได้ไปงานสวดศพผู้ชายวัย 80 กว่า ที่รู้จักมายาวนานกว่า 30 ปี ไม่ใช่ญาติ แต่สนิทกันรักใคร่เสมือนญาติก่อนเสียชีวิตไม่กี่วัน แกสั่งลูกและภรรยา แบบคนไม่ครั่นคร้ามความตายว่า ไม่ต้องบอกใครให้วุ่นวาย อย่าเศร้า อย่าร้องไห้ ทุกคนต้องมีวันนี้ เพียงแต่แกอยู่หัวแถว เลยต้องไปก่อน ลูกเมียก็ทำตามคำสั่ง สวดแค่สามวัน งานสวด 3 คืน มีคนมาคืนละ 14 คนคือ เมีย ลูก หลาน เขย สะใภ้ และเจ้าเพื่อนของผม ซึ่งเป็นคนนอก
เป็นงานศพที่มีคนไปร่วมงานน้อยที่สุดเท่าที่เคยไปสวดมา วันฝังมีเพิ่มเป็น 17 คน 3 คนที่เพิ่มมา คนหนึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่เคยคุยด้วยเกือบทุกเย็น อีกคนเป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ที่เคยยืมเงินแล้วไม่มีสตังค์จ่าย เลยเอาล็อตเตอรี่ทยอยผ่อนใช้หนี้แทนเงิน งวดละ 2 ใบคนหนึ่ง และคนสุดท้ายเป็นหญิงที่ผู้ตายเคยผูกปิ่นโตทุกมื้อเย็นทั้งสามคนบอกว่า เกือบมาไม่ทัน เคราะห์ดีที่แวะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกว่า เสียชีวิตไปแล้ว 3 วัน
หลังฌาปนกิจเสร็จ คนผ่านไปมากระซิบถามเจ้าหน้าที่วัดว่า เจ้าของงานมีเงินจ่ายค่าทำศพหรือเปล่า เพราะคงไม่เคยเห็นงานศพที่มีคนน้อยแบบนี้ จริงๆ แล้วผู้ตายเป็นคนค่อนข้างมีสตางค์ แต่มีมุมมองชีวิตที่เรียบง่าย ที่ปฏิบัติชีวิตแบบไม่ปรารถนาให้ใครเดือดร้อน แม้กระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต การมีโอกาสได้